about me

ภาพถ่ายของฉัน
EF dot society is me, Nuntawat Jarusruangnil. I'm studying at School of Architecture and Design (SoA+D) in faculty of Communication design. This Block is the way that I can express my idea, though and to share with people. Now I work in the field of moving image and some design stuff with my friends like a crew. call "Eyedropper fill" www.myspace.com/f_society www.myspace.com/eyedropper_fill

๓.๑๒.๒๕๕๓

My Thesis



Abstract


ความทรงจำ เป็นแรงบันดาลใจของผมให้ทำงานงานนี้ขึ้น มา

เริ่มจากรูปภาพเก่าๆของครอบครัว ที่เป็นสิ่งของเล็กๆน้อย แต่มันทำให้ผมนึกถึงอดีต ความทรงจำทั้งหมดในชีวิต


จากความสงสัยของผมที่คิดว่า ทำไมรูปภาพนิ่งๆ ทำให้ผมรู้สึกถึงความทรงจำอันมากมายที่แล่นอยู่ภายในหัว และ ภายในรูป หลาย

ๆรูป ทำให้ผมฉุกคิดว่าตัวผมประกอบขึ้นด้วยอะไร


มันเริ่มทำให้ผมใส่ใจ และเดินทางเข้าไป ในอดีตที่ทำให้เกิดปัจจุบัน ผมพยายามเก็บเกี่ยว และ สะสมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับครอบครัว และมันทำให้ผมเริ่มเข้าใจอดีต และ ปัจจุบัน ที่วิ่งวนตามกาลเวลา อยู่รอบตัวของผม


ผมจึงอยากจะจำลองกาลเวลาทั้งหมด ทั้งอดีต และปัจจุบัน ขึ้นมาให้ผมเข้าใจ และให้คนอื่นที่ได้รับรู้ ได้เข้าใจความเป็นผม อะไรที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ และอะไรเกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวของผม



introdution


ผมเริ่มที่เก็บสะสมความทรงจำ จากสิ่งรอบตัวที่ผมสัมผัสได้ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และ สัมผัส

และพยายามที่จะ สื่อมันออกมาโดยไม่บิดเบือน สื่อมันออกมาอย่างตรงที่สุด และง่ายที่สุด


เริ่มจากการ ทดลองจากภาพถ่าย ไปจนถึง การรวม ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผม สะสม มาตลอดเวลาของการresearch และ observe ครอบครัวตัวเอง ทั้งความเป็นจีน ความคิด การสั่งสอน รวมไปถึง สิ่งที่คนแต่ละคนในครอบครัวผม ทำอยู่ทุกๆวัน


สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดชิ้นงานนี้ขึ้นมา เป็นงานวีดีโอ ความยาว 18 นาที ที่บอกเรื่องราวผ่าน layer ของชีวิตแต่ละคน ในครอบครัว และ documentary sound ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

ซึ่งตอนแรกผมคิดว่ามันคงเหมือนเดิม และ มันเป็นอะไรที่รู้อยู่แล้ว แต่ผมกลับได้รับ ความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัส รวมไปถึงเข้าใจความเป็นปัจจุบันมาขึ้น โดยที่ไม่ต้องนั่งถามตัวเองว่า ทำมันเป็นแบบนี้ ผมจึงเรียกงานๆนี้ว่า DUTY OF TIME ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของเวลาที่ทำให้เกิด หน้าที่ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นใคร และทำให้ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ




research


ภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัว ทำให้ผมอยากที่เข้าใจความเป็นรูปภาพมายิ่งขึ้น จากการคิดของผมเอง ผมคิดว่า กล้องถ่ายรูป มันเป็นเหมือนเครื่องมือทีสามารถแช่แข็ง สถานการณ์ เอาไว้เป็นรูปถ่าย และมันจะละลายเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อผมกลับมาดูรูป


การคิดและการหาmaterials ต่างๆมาทำงาน นั้นทำให้ผมได้คุยกับแม่มากขึ้น และ ทำให้ผมได้พบกับความทรงจำที่ผมจำไม่ได้ตั้งแต่ยัง แบเบาะ เล่าผ่านรูปภาพขนาด 4*6 เล็กๆ 2-3 ภาพเป็นเวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง รูปภาพที่มีแค่รูปแม่ ยิ้มให้ลูกอยู่ หรือว่า รูปเค้กวันเกิดของเด็กคนนึง มันมีเรื่องราวที่อยู่ภายในรูปนั้น เยอะมาก ผมจึงสงสัย ว่า ถ้าแม่ไม่ได้เล่าให้ผมฟัง ผมจะรู้สึกผูกพันกับรูปๆนี้ หรือจะเข้าใจ รูปๆนี้ไหม


ผมจึงอยากหาวิธีที่จะเล่าเรื่องหลังภาพ ให้คนเข้่าใจมันได้ทันที ผมจึงแบ่ง รูปที่ผมเลือกมา เป็นกลุ่มๆตาม ความรู้สึก และเขียนความรู้สึกหรือเรื่องราวภายในภาพทั้งหมด ลงบนสมุด และ post it




แต่มันทำให้ผมคิดว่า ถ้าเราใส่คำบอกเล่านี้ไว้ บนภาพโดยตรง ทุกคนจะได้สามารถ รับรู้ทุกสิ่งที่ผม กำลังคิดกับรูปๆนึง

figure 1. เรื่องราวเกี่ยวกับการเลี้ยงดูผมซึ่ง ยังเป็นเด็กแบเบาะ ที่ต้องฝาก รพ. เลี้ยง ความคิดถึงที่ไม่ค่อยได้เจอลูก ความรู้สึกเหล่านั้น

ได้ส่งผ่าน ลงบนภาพ มันเป็นความทรงจำของแม่ ที่ถ่ายทอดมาให้ผม ตอนนี้มันคือความทรงจำของผมเหมือนกัน



figure1.2. เป็นเรื่องราวความรักของพ่อ ซึ่งไม่เคยแสดงออก เวลาปกติ เราไม่เคยถูกกันเลยด้วยซ้ำ แต่เค้กทำเองก้อนนี้

บวกกับ คำหวานที่พ่อบรรจงเขียนลงเป็นหน้าเค้ก ทำให้ผมคิดว่า เค้กที่เป็นกิจการของครอบครัวผม อาจจะเป็นตัวแทนความรักจากพ่อ

หรืออาจจะเป็นตัวแทนของตัวพ่อ



แต่ผมตระหนักได้ว่า ถ้าใช้สิ่งของเหล่านี้โดยไม่ทำอะไร ก็เท่ากับเหล่าเรื่องราวของตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น ผมจึงหาวิธีที่จะ ลดทอนความส่วนตัวของผมออกไป ผมจึงลอง di-cut subject ของรูปนั้นๆ ออก แล้วผมก็พบว่า มันเป็น stencil ของภาพ ที่ผมยังสามารถนึกถึง แต่ไม่ชัดเจนเท่าเดิม เหมือนทำให้พี้นที่ให้ได้คิดมากขึ้น




So that make me interesting in the places from the pictures. I went to my old house walk around in that place, everything there change and some new thing was replace on my old stuff.

But I found some stuff or some old thing still there.




Not only visual stuff that I got, but the ambience sound also the thing that can remind me about memory.

Then back to think how to use that stencil for made that satuation to being in this time, so I thought about function of stencil what it can do. I try to put the light on that stencil and it seem like projection of something, then I went to my old house agian and started to project my memory from many stencils that I made. And Take Vedio all the time I experiment. So it became to be this video visual and sound that I call Light of me.




figure 2. Seem like the memory of me became to be a spirit on that place, so this VDO make me got some statement "Memory like ghost following us all the time, invisible but you can feel it still behind you"

Then next few week I went to my old house agian with projector for increase my work's scale and increase the quality also. In fact I record with vedio camera and still camera in the same time but still camera's result look better.







I think this work I quite impress with these results. Because of the quality of projector, I can play with my work and find many story in this work. I got the story from stencil when it overlap with the light from my previous work and some place that suggest me to different meaning of each stencil.

figure 3. For me stencils can represent person who have relation with it such as stencil of cake can be my father, etc. And every parts of this work also. I feel like they have the spiritaul of memory around that places, and the places were full with my memory.

หลังจากนั้น ผมจึงเริ่มหา สิ่งที่ทำให้ผมทำความเข้าใจในความทรงจำมากขึ้น ผมได้ หนังเรื่อง Mirror by Takovsky มาลองศึกษา
ผมว่าความพิเศษของหนังเรื่องนี้ อยู่ที่การเล่าเรื่อง ที่จำลองมาจากความคิดที่ สลับไปสลับมา และ ฉากความทรงจำที่คล้ายความฝัน Takovsky ทำความพิเศษนั้นออกมาได้ อย่างลงตัว และเค้าได้ใส่บางอย่าง ที่ทำให้ผมรู้สึก สัมผัส ได้รับกลิ่น จากการดูหนังเรื่องนี้




ความทรงจำ ความฝัน



ผมรู้สึกเหมือนได้กลิ่น ทุ่งหญ้า


จากการดู หนังเรื่องนี้ ทำให้ผมได้การลำดับความคิดที่ไม่เป็นระบบ แต่ก็ไม่ยุ่งเหยิง บวกกับความสนใจใน สัมผัสทั้ง5 ที่สามารถ remind ความทรงจำได้ ที่แม้ว่า จะไม่ได้เกิดจาก medium เดียวกัน ก็อาจจะคิดถึงเรื่องเดียวกันก็ได้


ผมจึงกลับไปหาสิ่งเหล่านี้ ที่บ้านทั้งหลังเก่าและ หลังใหม่ สิ่งที่สามารถเตือนความทรงจำเกี่ยวกับตัวผม ครอบครัว หรือสมาชิกในครอบครัวคนใด คนนึง และ ลองทำงานชิ้นหนึ่งขึ้นมา โดยการหา relation ของสิ่งที่หามาได้ กับ stencil ภาพที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้

So I want to find other way to visualize my idea about story of me and my family. So I thought about layer I try to use photoshop to suggesst me with that but it can't represent story.

Then I try to paste the stencil on my laptop's monitor and shut the light room down then took photo like the way to use the lightbox. I try to match pictures together by feeling and relation of each picture. So It seem like manual overlap effect from computer.


figure 4.1. This is a picture of me overlap on my great-grand parents, represent about generation


figure 4.2. For this picture is about my mother and her believe.


figure 4.3. As I told before cake can represent to my father by his duty to overlap with his believe.


figure 4.4. This is represent my father's duty and his time.

figure 4.5. And this his duty overlap with a lot of medicine that's effect of his duty

figure 4.6. The last one is a place that my grand pa and my father usually use to talk about everything including business. So I thought that this is conversation for us (me, my sis and my mom).

ในเวลาเดียวกันผมก็ได้ เก็บสะสมสิ่งของ เสียง กลิ่น ภาพถ่าย ไปเรื่อยๆ มันยิ่งทำให้ผมเข้าใจ หน้าที่หรือบทบาทในครอบครัวของแต่ละคน

ผ้ากันเปื้อนของพ่อ ที่ใช้มา 10 ปี มันเก็บ กลิ่น ประสบการณ์ สัมผัส ของพ่อไว้ในนี้


ธูปและกลิ่นยาหอม ที่พ่อและปู่ใช้ประจำทุกๆวัน


เพลงสวดมนต์จีน ที่พ่อเปิดทุกครั้งเวลาทำงานตอนเช้า


เสื้อปู่ที่ใส่ กลิ่นยานวด ที่ปู่ทาทุกๆคืน

แล้วผมก็เกิดสนใจ อีกอย่างในครอบครัวคือ ความเป็นจีน แนวคิด การสั่งสอน ที่ส่งทอดกันมาตั้งแต่ อดีต และ มีผลต่อปัจจุบันเป็นอย่างมาก Aj, Soraya ได้แนะนำให้ผมศึกษาความเป็นจีนแท้ๆ จากหนังเรื่อง Still life by Jia Zhang-Ke ก่อน หนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่บอกเล่าเรื่องราว ความจริงที่เหมือนความฝัน และบอกถึงแนวความคิดต่างๆนานา ที่ตรงกับ ปู่ และ พ่อ ที่เป็นคนจีน Generation 1 และ 2 ในมุมมองของผมซึ่งเป็น คนจีน generation ที่3

หน้าที่ ความไม่มีตัวตน ความเสียสละ ละทิ้งอดีต มุ่งหน้าสู่อนาคต นี่คือ keywords ที่ได้มาจากหนังเรื่องนี้ และล้วนคล้ายคลึงกับชีวิตจริงของ ปู่และพ่อ มากๆ ผมจึงคิดว่างานของผมเอง จะเล่าผ่านความจีนที่เป็นต้นกำเนิดตัวผมด้วย


figure 5. Then I started to do unconsciousness writing on my book for reflect myself I call it “Time-memory-duty-me” I got many statements of memory and photograph theory (my own thought) include my family and Chinese culture also such as

- Memory can be shared to any one and my memory can be your memory also.

- Memory is like ghost that follow us from behind all the time, and you can’t leave it.

- Photograph is the medium that can froze time and it can melt to made that situation was running again when you look at it.

- Duty is sacrifice is invisible

- Go forward don’t look back, leave memory behind





Then I analyze my whole work I found that the thing can remind memory it's not only visual stuff but I interesting in 5 senses. I collected many thing even smell, I got apron that contian smell of my dad and sound of chinese song and also recorded ambince sound of my old and new house.

and then I used all of tecnuiqes and all of sound visual footages to create video for suggest my thought. I call it

"Duty and time"

figure 6. This is just a testing version, keywords in this video are about duty, time, invisible, culture, and 5 senses. It's also telling about my family but I think it need to be developed by plot and sound story.


สุดท้าย หลังจากที่ผมได้ สะสมทุกอย่างจนพร้อมก็ได้เริ่มทำทั้งภาพและเสียงจน เป็นงานสุดท้าย ที่ผมเรียกว่า "DUTY OF TIME"
จากตอนแรกที่คิดว่า มันเป็น หน้าที่และเวลา ที่มันทำให้เกิดสถานการณ์ต่างๆ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า การเกิดขึ้นของเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของผม มันคือ หน้าที่ของเวลา ที่ทำให้ทุกๆอย่างดำเนินไป

TITLE : “Duty of time”

Name : “Nuntawat Jarusruangnil”

Duration : 18.00 mins

Statement :Memory is interested me. Time was passing by me all the time make every- thing be past, but recorder equipments can freeze and retain the time. I interesting in photograph because in my though this stuff is the container of frozen moment that can melt and also running around in my head. So I got that it is the one of five senses and other senses also can remind me too.


Then I started to collect everything even smell and sound, but I unconciously did the documentary of my family. So I feel something I never feel before and it make me understand more about my family by each person's activity. I desired to remind other people's memory by my collected stuff and along with sharing the story behind my memory.

Synopsis :This film is started from memory behind thing, that make me observed and collected everything even smell of member in my family.

Activity of each people in family that was looping everyday can tell about the story behind their mind. In Chinese culture they believe in duty along with the period of time. What they do and what did for? it's away have a reason behind but they didn't say, supposing that you be stand still for a while let the time passing by and look at them carefully you can understand everything they did.




๑๐.๑๙.๒๕๕๒

สมุดใหม่




เราคิดว่าจะเอาไว้ sketch อะไรบ้างอย่างที่มันเกี่ยวเนื่องกันและ พอดูโดยรวมแล้ว จะได้รู้ว่า

จริงๆแล้วเราคิดอะไรอยู่กันแน่


๙.๒๐.๒๕๕๒

Now I am a Thai Graphic designer


เราคิดถึงตอนเราเป็นเด็ก ตั้งแต่เล็กๆ ชอบ วาดรูป แต่วาดบนกำแพงบ้าน
เลยเอาอันนี้มาเป็น idea

ตอนเด็กๆชอบเล่น เครื่องบินมาก อยากเป็นนักบิน

ตอนโตมาก็พบกับความจริงว่าม้นห่างไกลเกินไป

แต่หลังจากเข้า สายวิทย์ได้ ก็อยากเป็น วิศวกร การบิน เพราะยังอยากทำอะไร
เกี่ยวกับเครื่องบินอยู่

แต่ เกรดก็ไม่ดี จึงได้กลับมาด้านที่ตัวเองถนัด คือวาดรูป

และ ใช้ skill นี้ ตลอดมา ตอนนี้เรา รักการ design และรักแนวคิดแบบนี้แล้ว

แต่อนาคตเรายังไม่รู้แน่นอน จึงได้ตั้งชื่องานนี้ว่า

Now I am a Thai Graphic designer


๙.๐๓.๒๕๕๒

Black hole son (Thom AJ. Madson)

Black hole son (Thom AJ.Madson) from Nuntawat Jarusruangnil on Vimeo.


Music video : Black hole son

Duration : 4.20 mins

Music : Thom AJ. Madson

Illustrate and animated : Nuntawat Jarusruangnil

Synopsis

A man who get in deep of his own many distress
even in works, love, family, friends.

He can't keep these thing in his mind anymore.
He want to find someone who understand what he was.

He go out with a terrifying story that bury in his mind.
One day he express his own story to the one person,
he find that a person who not feel like him never understand
what he was.

The thing that bury in his mind that he want to express become explode and destroy himself.

So he want someone who truly understand but on the contrary he is a monster.

Finally he had to get back and stuck again with his own terrifying story,

Waiting until the time will cure himself.

Seedlings moment ช่วงเวลาต้นกล้า



เราได้เห็นคำว่า seedlings โดยบังเอิญ มันแปลว่า ต้นกล้า พอเราได้เห็นคำนี้
ในขณะที่ยายให้ เอารูปเก่าๆของเราและแม่ไปอัดให
ม่อีกครั้ง

มันทำให้เรารู้สึกคิดถึง อดีตวัยเด็กอีกครั้่ง ประกอบกับการได้ฟังคำ อธิบาย ประกอบรูป
ผ่านปากของแม่ ซึ่งเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเองในตอนที่เรายังจำความไม่ได้

ตั้งแต่เวลาที่ต้นกล้าต้นนั้น จะเติบโตมาขนาดนี้ ในช่วงที่เราจำไม่ได้
มันมีทั้งความสุข ความทุกข์ ความเหนื่อยยาก ที่จะต้อ
งรดน้ำ พรวนดิน ดูการเจริญเติบโต

แต่แม่ก็ยังบอกว่า ยังไงๆ ลูกๆก็ยังเป็นเด็กในสายตาแม่อยู่ดีแหล่ะ ไม่ว่าลูกจะแก่ขนาดไหน


แต่เมล็ดของแม่ ก็ยังอยู่ตรงนี้ และจะรอวันโตพอ ที่จะเป็นร่มให้แม่ได้นอนพักได้บ้าง






๘.๑๘.๒๕๕๒

เมื่อ ร่างกาย + คำ = ภาษา


เราได้เรียน class Pre - Thesis มาได้ 2 ครั้งแล้ว

มาถึงตอนนี้ เราได้อยู่ในหัวข้อของคำว่า Language (ภาษา)
class ที่สอง เค้าทำให้เราสนใจใน การนำเอา คำมา
ผสมกัน ในแบบผิดหลัก
แต่ได้ความหมาย เช่น murder steak = eat steak , kill the light = turn off the light

ไม่เว้นแม้ ภาษาอื่นๆ
ในภาษาไทยเช่นกัน เช่น กิน = โซ้ย, ฟาด, กระซวก ฯลฯ


โจทย์คือ ทำรูป series ที่ใช้ร่างกาย + คำ ให้เกิดความหมาย

เช่นการนำคำว่า ดี มาแปะไว้
บนหัว = หัวดี แปลว่า ฉลาด


พอนั่งนึกดูดีๆแล้ว การนำเอาคำว่า ดี มาผสมกับ ร่างกาย ก็เกิดได้หลายคำ
หัวดี จมูกดี หูดี ใจดี ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีความ
หมายในด้าน positive ทั้งสิ้น
แต่ก็มีอยู่บางคำ นั้นคือ ตัวเลือกที่ เราจะเอามาทำงาน series ชิ้นนี้

ปากดี ทั้งๆที่น่าจะแปลตรงๆ แต่กลับกลายเป็น คนที่คุยโว ซะอย่างนั้น

มือดี ก็เป็นคำที่ส่วนใหญ่ ใช้กับ มิจฉาชีพ ว่าเก่ง ทางด้านไหนก็ตาม

ตัวดี มีความหมายละม้ายคล้ายคลึง กับ ตัวร้าย ซะนี่...

ต่อไปเป็นขั้นตอนการทำ ก่อนจะออกมา เป็นรูปภาพ
เราคิดว่ามันเป็นคำไทยๆ อยากจะใช้ ฟ้อน จากอะไรไทยๆ มาทำ
ค้นของเก่าๆเราก็พบ





















เราเคยใช้มันใน วิชา ประดิษฐ์อักษร ที่ โรงเรียน สมัยยังเด็กๆ
ประกอบกับการใช้สีดำ ใส่คำว่าดี ให้ดู negative มากขึ้น

งานนี้อยากทำง่ายๆ แต่ complete ในตัวของมันเอง
จึงออกมาเป็นแบบนี้


"คำว่า ดี ที่มัน แย่"


๗.๒๐.๒๕๕๒

Clown?


รับบทโดยไม่เต็มใจ น้ำตาตัวตลก